เกี่ยวกับตำบลผาปัง

ตำบลผาปัง เป็นตำบลเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอย่างโดดเดี่ยว และเป็นทางตันที่ไม่อาจเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อจะผ่านไปยังอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนได้ทั้งที่อยู่คนละฟากของภูเขา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ดอยอานม้า” และ “ดอยหลวง” ขุนเขาทั้งสองลูกนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของผาปังและเชื่อกันว่า เหตุที่ชื่อ “ผาปัง”ก็สืบเนื่องมาจากขุนเขาที่เป็นภูเขาหิน เมื่อมีแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหว หรือฝนตก มากๆ จึงทำให้หินกร่อน และเมื่อถูกกัดเซาะนานวันเข้า จึงได้พังทลายลงมา (ปัง เป็นภาษาคำเมือง หมายถึง พัง)

phapang-view-01

ตำบลผาปัง มีเนื้อที่ประมาณ 81 ตารางกิโลเมตร  มีลำห้วยแม่ปุ รวมกับห้วยผาปัง ไหลผ่านหมู่บ้าน ลำห้วยแม่วอดไหลผ่านทิศทางเหนือ “ห้วยแม่ขยาก”ไหลผ่านทางทิศใต้ สำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2555 มีประชากรทั้งสิ้น 1,792 คน  มีวัด 3 วัด มี 5 หมู่บ้าน  1 โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนดีที่ใกล้บ้าน ถึงเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญแต่ก็คว้ารางวัลระดับเขตและระดับประเทศเป็นที่ประจักษ์ มีถนนสายเถิน-ผาปัง ระยะทาง 14 กิโลเมตรเพื่อติดต่อภารกิจในอำเภอเถิน และใช้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจรไปเมืองใหญ่ ตำบลผาปังอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่พริกไปทางทิศเหนือ 24 กิโลเมตร การคมนาคมสะดวกทางลาดยางตลอดสาย มีทางเข้าออกอยู่สองเส้นทาง คือ ทางอำเภอแม่พริก-ตำบลผาปัง และตำบลผาปัง-อำเภอเถิน

ตำบลผาปัง อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นป่าไม้ต้นน้ำ จึงบริสุทธิ์ด้วยสภาพอากาศที่ดีเยี่ยม มีทิวทัศน์ที่ยังไม่ได้เปิดเผยหลายแห่งที่ถือเป็นจุดขายของตำบลผาปัง และประการสำคัญพื้นที่ในตำบลผาปังมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของพืชพันธ์ธัญญาหารจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดโคน เห็ดเผาะ และเห็ดอีกหลายชนิดที่ทำให้เศรษฐกิจของผาปังดีขึ้น รวมไปถึงสัตว์ป่าอนุรักษ์ที่จัดว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ อึ่ง แย้ อีกทั้งผักป่าพื้นบ้านนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดอกก้าน ผักหวาน ผักก้อแก้ ผักบอนเต่า ฯลฯ

phapang-view-02แม้ตำบลผาปังจะอยู่ในหุบเขา แต่ทว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก็มีมาถึงหุบเขาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตไวน์ไฟน์ สถานีวิทยุชุมชน คนพลังงาน คลื่นเอฟเอ็ม 100.25 เมกะเฮิทซ์ เปิดรับฟังได้เมื่อคุณเดินทางมาถึงปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล คนผาปัง ส่งเสริมการศึกษาให้นักเรียนมีการเรียนต่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ชอบเรียนหนังสือ มีฝีมือในการทำงาน พ่อแม่นิยมส่งลูกๆ ไปเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาเอก คนผาปัง จึงมีความสุขอยู่ท่ามกลางธรรมชาติตามอัตภาพ

จากการเล่าต่อๆกันมาของบรรพบุรุษว่า รากเหง้าของคนผาปังมาจากคนบ้านท่าหลวง อำเภอเถิน แล้วคนบ้านท่ามาจากไหน บ้างก็บอกว่ามาจากเชียงใหม่ ตอนปลายสมัยอยุธยาหรือต้นธนบุรี ซึ่งเป็นช่วงที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงขับไล่พม่าออกจากอาณาจักรล้านนาแล้วกวาดต้อนผู้คนจากเชียงแสน,จากสิบสองปันนา (ไทลื้อ) มาไว้แถบลำปาง เชียงใหม่ เถิน ฯลฯ เป็นต้น

คนรุ่นแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลผาปัง ที่มาจากบ้านท่าหลวงชื่อ “เจ้ากุ” “เจ้าสาด” และคนรุ่นที่ 2 มาตั้งรกรากอยู่บริเวณวัดห้วยไร่ ซึ่งสันนิฐานว่าพวกนี้มาอยู่ก่อนยุคสมัยคนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในตำบลผาปังบริเวณหมู่ 2 ในปัจจุบันนี้ 

“วันนี้” ตำบลผาปัง เป็นตำบลตกสำรวจในระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีอบต/เทศบาล เป็นของตนเอง ต้องไปรวมอยู่กับท้องถิ่นอื่นๆ เขา ด้วยความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เมื่อปี พ.ศ. 2550 ชาวตำบลผาปังกลุ่มหนึ่ง จึงได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาชุมชนตำบลผาปังขึ้นมา เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการชุมชนแบบพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นหน่วยงานดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง เป็นหน่วยงานกำกับทิศทางการพัฒนาชุมชน และมีมูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง ทำหน้าที่เป็นกรรมการอำนวยการบริหารชุมชน เป็นนิติบุคคล ที่ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงโครงข่ายผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ และร่วมเป็นเจ้าของในการพัฒนาโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ทั้งในระบบราชการ และนอกระบบ ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุด คือ การพัฒนามวลรวมความสุขของประชาชนตำบลผาปังด้วยการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

การพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย แต่ปฏิบัติได้ยากยิ่ง เพราะแต่ละคน แต่ละครัวเรือน แต่ละตระกูล ก็มีความรู้ มีบริบทความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ตำบลผาปังก็มีความหลากหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชุมชนเหมือนกับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ มีความไม่เข้าใจการพัฒนาโครงการต่างๆ เพราะทัศนคติส่วนบุคล อิจฉา หรือการบริหารความสมดุลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นต้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถต้านทานความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความจริงได้ ความฝันที่ชาวผาปังต่างรอคอยก็เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว