สถานีวิสาหกิจผลิตตะเกียบไม้ไผ่อนามัย

10สถานีวิสาหกิจผลิตตะเกียบไม้ไผ่อนามัยบริหารจัดการโดยเครือข่ายวิสาหกิจพลังงานชุมชนผาปัง ในระยะเวลา 2 ปีได้กำหนดแผนให้มีการลงทะเบียนประชากรไผ่ซาง ไผ่บง บริเวณหัวไร่ปลายนา มาผลิตตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน กรงนก ก้านธูป ไม้เสียบลูกชิ้น โดยตัดไม้แก่ตามวงจรชีวิต วันละ 3 ตัน/วัน หรือ 1,100 ตัน/ปี ในพื้นที่ตัด 30 ไร่/ปี จะสามารถผลิตตะเกียบได้วันละ 900 กิโลกรัม อบฆ่าเชื้อราด้วยเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วเฉลี่ย 100,000 บาท/เดือน หรือ 1,200,000 บาท/ปี (สร้างรายได้ทดแทนการบุกรุกทำลายป่าเพื่อปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และยูคาลิปตัส) การผลิตตะเกียบเป็นสถานที่ฝึกสอนการใช้เทคโนโลยีชุมชนขนาด 3 แรงม้า อุตสาหกรรมครัวเรือนประเภท รง.1

“ไผ่” นำมาใช้ประโยชน์ใช้สอย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ทดแทนการปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง ยางพารา และปลูกยูคาลิปตัส มีวงจรชีวิตการแตกหน่อต่อเนื่องเฉลี่ยให้ผลผลิตด้านพลังงานเฉลี่ย 30-40 ตัน/ไร่ ตำบลผาปังมีพื้นที่หัวไร่ปลายนา สวนริมห้วย ที่มีประชากรไผ่อยู่แล้วรวมทั้งสิ้น 62 ไร่ ป่าชุมชนในพื้นที่ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ 3,500 ไร่ วิสาหกิจผลิตตะเกียบจะต้องใช้ 3 ตัน/วัน หรือ 1,095 ตัน/ปี ในพื้นที่ประมาณ 30 ไร่/ปี ในระยะ 2 ปีแรกวิสาหกิจชุมชนไผ่จะหมุนเวียนใช้สอยบริเวณพื้นที่ของชุมชนที่ลงทะเบียนประชากรไผ่เป็นหลักสำคัญ ในขณะเดียวกันก็สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพื้นฟูป่าชุมชนอย่างเป็นระบบร่วมกับหน่วยงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ตาม “พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะนำมาอบฆ่าเชื้อราด้วยตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ (Green House) แล้วนำมาขัดและบรรจุหีบห่อส่งให้ผู้ซื้อต่อไป จึงเป็นต้นแบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน “ไม่เผาเศษวัสดุเหลือใช้” และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจชุมชน”

11 12 


สถานีต้นแบบการผลิตตะเกียบในกรณีศึกษา ไม่ได้ตากแห้งโดยการตากผึ่งแดด อบกำมะถัน เพื่อป้องกันมอดไม้ หรือการฟอกขาวเพื่อฆ่าเชื้อราในไม้ไผ่ เชื้อราสามารถฆ่าได้ด้วยพลังงานความร้อนเหมือนเช่นการนำหน่อไม้ไปแกง เผา หรือต้มด้วยความร้อนก็จะทำให้ฆ่าเชื้อราได้หมดสิ้น ดังนั้นการฆ่าเชื้อราด้วยการอบความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ Green House และการผลิตก๊าชซิไฟน์เออร์ จึงเป็นวิธีการอบฆ่าเชื้อราและทำให้ไม้ไผ่แห้งเร็วด้วยพลังงานสะอาด Green Food จึงเป็นความต้องการของบริษัท ฮอดพอต จำกัด (มหาชน)