วิสาหกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานชุมชน

13

วิสาหกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานชุมชนระบบผลิตก๊าชซิฟิเคชั่น เป็นระบบที่ไม่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน บริหารจัดการโดยมูลนิธิสร้างสุขชุมชน และเครือข่ายวิสาหกิจพลังงานชุมชน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยนำเศษวัสดุไผ่ จากสถานีวิสาหกิจผลิตตะเกียบวันละ 2 ตัน (ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบในการผลิตจำนวน 3 ตันต่อวัน แปรรูปเป็นตะเกียบจำนวน 1 ตัน (30%) ส่วนที่เหลือจะเป็นในส่วนของวัสดุเหลือใช้และข้อไม้ไผ่ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 2 ตัน/วัน (70%) ซึ่งปริมาณดังกล่าวเพียงพอที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับสถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลชุมชนขนาด 70 กิโลวัตต์ (0.07 เมกะวัตต์) และตามปกติเศษวัสดุเหลือใช้นี้ ชาวบ้านทั่วไปใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนจะเผาทำลายสร้างมลภาวะทางอากาศ เป็นหมอกควัน (เสียสุขภาพ เสียเงิน เสียชีวิต) เมื่อนำมาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชุมชน สร้างรายได้เฉลี่ย 150,000 บาท/เดือน หรือ 1,800,000 บาท/ปี ซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี จึงมีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 45 ล้านบาท (1 วิสาหกิจพลังงานชุมชนสุขภาพดี 1 ธนาคารชุมชน 1 สวัสดิการชุมชนยั่งยืน) สุขภาพดี – มีเงิน-ยั่งยืน

 

 14เทคโนโลยี แก๊สซิฟิเคชั่น (Gasification) ซึ่งเป็นระบบการอบเผาไหม้ในเครื่องแก๊สซิไฟเออร์ (Gasifier) โดยควบคุมอากาศไหลเข้าในปริมาณจำกัด ทำให้เกิดก๊าซที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไฮโดรเจน (H2) เป็นหลัก และเกิด มีเทน (CH4) เล็กน้อย แก๊สที่เกิดขึ้นสามารถนำไปให้ความร้อนโดยตรง หรือนำไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อผลิตไฟฟ้า ระบบแก๊สซิฟิเคชั่นเหมาะกับการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ (1,000 กิโลวัตต์) ไม่มีมลภาวะที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ “ข้อด้อยมีประการเดียว คือ มีน้ำมันดิน (Tar) หรือ “น้ำส้มควันไม้” ดังนั้นจะต้องมีการแยกระบบแก๊สออกจากน้ำมันดิน ชีวมวลที่เหมาะสมจะนำมาเป็นเชื้อเพลิง เช่น เศษไม้ที่ย่อยแล้ว ซังข้าวโพด กะลาปาล์ม ชานอ้อย หรือแกลบ เป็นต้น ต้องมีขนาดที่พอเหมาะ ความชื้นไม่ควรเกิน 50% หากขนาดเล็กเกินไปจะทำให้อากาศไหลผ่านไม่ได้ หรือหากใหญ่เกินไปจะเกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่หมด

15 

สถานีวิสาหกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานชุมชนตำบลผาปังเป็นระบบผลิตแก๊สซิฟิเคชั่นขนาด 0.07 เมกะวัตต์หรือ 70 กิโลวัตต์ ใช้เศษไผ่ ข้อไผ่ จากสถานีวิสาหกิจผลิตตะเกียบเป็นเชื้อเพลิง 2 ตัน แล้วนำน้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆ มากมาย เมื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจะมีคุณสมบัติ เช่น เป็นสารปรับปรุงดิน สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งการเติบโตของพืชให้กับกลุ่มวิสาหกิจผลิตผักปลอดสารพิษ วิสาหกิจผลิตสมุนไพรพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังนำขี้เลื่อยไผ่มาผลิตเป็นถ่านอัดแท่งตะเกียบ และยังนำผงเถ้าถ่านมาผสมมูลสัตว์เป็นปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตรชุมชนอีกด้วย จึงเป็นต้นแบบการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับชุมชนที่ชุมชนสามารถเป็น "เจ้าของ" การพัฒนาพลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน 

16จากกรณีการศึกษาเพื่อการลงทุนในการพัฒนาพลังงานชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของการพัฒนาอย่างแท้จริงนั้นสามารถดำเนินการได้โดยหลายวิธี อาทิ ขอการสนับสนุนทุนเริ่มต้นจากหน่วยงานภาครัฐ ขอสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อแสดงความรับผิดชอบสังคมของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในรูปแบบ "กิจการเพื่อสังคม" ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 หรือการรวมหุ้นของสมาชิก และนำเงินกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาสตรี กองทุน SML มาร่วมทุนในการพัฒนาโครงการ

สำหรับกรณีศึกษาการร่วมลงทุนของภาคประชาชนในพื้นที่ตำบลผาปังได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงหรือเศษขยะไม้ไผ่ ให้เป็นสินทรัพย์และได้แปลงสินทรัพย์ให้เป็นต้นทุนในการร่วมทุนตามอัตราส่วนร้อยละ 20 เครือข่ายวิสาหกิจพลังงานชุมชนร้อยละ 31 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หน่วยงานผู้ชื้อขายไฟฟ้าเพื่อบริการประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบ "กิจการเพื่อสังคม" ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2554